วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

http://www.siamintelligence.com/post-america-financial-system-from-1971-2011/


...สหรัฐฯ มีปัญหาเสียดุลการค้ารวมถึงทองคำสำรองไปให้ประเทศคู่ค้าหลักนั่นคือ ประเทศในยุโรปตะวันตกและญี่ปุ่น จนท้ายที่สุดนำมาสู่การยกเลิก Bretton woods ในปี 1971 และเกิดความตื่นตกใจในโลกการเงินอยู่นับทศวรรษ และท้ายที่สุดนำมาสู่การจัดตั้งกลุ่ม G5 ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีปัญหากันมาก่อนหน้านี้ทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันตะวันตก และญี่ปุ่น
ประเทศเหล่านี้ก็ล้วนเป็นเจ้าของเงินตราสกุลหลักของโลกอยู่แล้ว และเป็นพันธมิตรกัน มีความสอดคล้องกันในทางการเมืองและความมั่นคง การรวมตัวกันตั้งเป็น G5 นั้นเกิดขึ้นในช่วงปี 1974 หลังวิกฤตน้ำมันปี 1973 และนั่นทำให้เกิดโครงสร้างทางสถาบันเพื่อเข้ามาจัดการปัญหาหลังการล่มสลายของ Bretton Woods ในปี 1971..

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

International Relations

คือ การแลกเปลี่ยนและการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นข้ามเชตพรมแดนของประเทศในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยรัฐเองหรือตัวแสดงใดๆที่ไม่ใช่รัฐ ในรูปแบบที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือวัตถุประสงค์อื่นๆที่ไม่ใช่การเมือง ในลักษณะความสัมพันธ์ที่ดีร่วมมือกัน หรือความสัมพันธ์ที่เลวขัดแย้งกัน ในมิติของ การเมือง การทูต การทหาร เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม มิติใดมิติหนึ่ง หรือหลายๆมิติพร้อมๆกันไป

นโยบาย
เจตนารมย์ของบุคคล หน่วยงาน ที่ได้แถลงออกมาว่าต้องการทำอะไรหรือไม่ทำอะไร หรือไม่ต้องการให้ผู้อื่นทำหรือไม่ทำอะไร

OFFICIAL ASPIRATIONS
Action
Course of Action - Choice
Standard for Decision Making (Objectives)
--------------
National Interest

1.National Survival---sovereignty
2.National Security
3.National Well-Being or National Economic Development
4.National Prestige
5.National Ideology
6.National Power
7.Regional and World Peace & Order
----------------

ทิศทางของนโยบายต่างประเทศ
 Alignment Policy
- Pro-west, Pro-America
-Pro East, Pro-Communist

Non-Alignment Policy (Neutrality)

Isolation Policy
- Equidistant Policy
- Balance of Power + Interest Policy
- Omnidirectional Policy
- Turning Battle Fields to Markets

-

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

สงครามค่าเงิน (ประภัสสร์ เทพชาตรี)

ตีพิมพ์ใน ไทยโพสต์ วันที่ 20 ตุลาคม 2553

ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐได้ใช้มาตรการต่างๆ ในการกดดันจีน
มาตรการแรกคือ ภายใต้กฎหมาย Omnibus Trade and Competitiveness Act ปี 1988 กำหนดว่า กระทรวงการคลังสหรัฐจะต้องทำรายงานเกี่ยวกับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศ ที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐ เพื่อพิจารณาว่า รัฐบาลดังกล่าวมีนโยบายแทรกแซงและทำให้ค่าเงินต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่ (currency manipulator) ซึ่งหากประเทศใดถูกระบุว่า เป็นประเทศ currency manipulator ทางสภาคองเกรสจะออกมาตรการตอบโต้โดยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า
Fred Bergsten นักเศรษฐศาสตร์ที่เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลโอบามา ได้เสนอให้สหรัฐหาแนวร่วมกับประเทศต่างๆ ในการกดดันจีน โดยเฉพาะจาก EU และมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่คือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
จากความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐในเรื่องค่าเงินหยวนดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินโลก โดยหลายๆ ประเทศมีแนวโน้มที่จะถอยห่างจากหลักการกลไกตลาดเสรี และมีแนวโน้มจะใช้นโยบายปกป้องการค้า และกำลังจะเลียนแบบจีนในการแทรกแซงค่าเงินของตน

ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและบราซิล ได้มีมาตรการในการลดค่าเงิน และป้องกันไม่ให้ค่าเงินสูงขึ้น

สำหรับเงินยูโรก็มีค่าสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ประธานาธิบดีฝรั่งเศส Nicolas Sarkozy ซึ่งกำลังจะรับหน้าที่ประธาน G20 ได้เสนอที่จะปฏิรูประบบอัตราแลกเปลี่ยนของโลก โดยเสนอให้กลับไปใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่เคยใช้ในทศวรรษ 1970

สำหรับประเทศในเอเชียก็ได้รับผลกระทบทั่วหน้า จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีนในครั้งนี้ โดยค่าเงินของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคขยับตัวสูงขึ้นมาก นอกจากนี้ ในขณะที่จีนไม่ยอมขึ้นค่าเงิน ทำให้ค่าเงินของประเทศในเอเชียต่อเงินเหรียญสหรัฐสูงขึ้นมาก ทำให้สินค้าส่งออกของประเทศเหล่านี้เสียเปรียบจีนมากขึ้น

นอกจากนี้ ที่เป็นผลเกี่ยวโยงกันคือการที่เงินทุนต่างชาติโดยเฉพาะจากสหรัฐและยุโรปได้ ไหลทะลักเข้าสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ทำให้มีการหวาดวิตกว่า จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในยุควิกฤติต้มยำกุ้ง

สำหรับประเทศไทยก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยค่าเงินบาทได้เพิ่มค่าสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และมีการไหลทะลักของเงินทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศอย่างน่ากลัว ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมองว่า ความร่วมมือในการจัดการอัตราแลกเปลี่ยนในระดับโลก จะเป็นหนทางในการป้องกันการทะลักเข้าของเงินทุนต่างชาติในไทยได้
------------------------------------


ข้อตกลง plaza accord -ข้อตกลงที่ญี่ปุ่นยอมเพิ่มค่าเงินเยนในการประชุม G7 เมื่อปี 1985



สงครามค่าเงิน
ในอดีต ระหว่าง Great Depression (1929-1941) เคยเกิดสงครามค่าเงินและการค้า
ครั้งสำคัญในระบบเศรษฐกิจโลก โดยหลังวิกฤตเริ่มขึ้นและตลาดหุ้นสหรัฐตกลงมาอย่างมา
ในปี 1929 ปัญหาได้ทวีความรุนแรงขึ้นอีกระดับ เมื่อรัฐสภาสหรัฐทนเสียงเรียกร้อง จากเกษตรกรที่ขอให้ออกมาช่วยปกป้องพวกเขาจากสินค้าเกษตรราคาถูกของโลกรวมถึงเสียงเรียกร้องจากสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ขอให้ช่วย ดูแลไม่ได้จึงได้ออกกฎหมายในปี 1930 เพื่อเพิ่มระดับกำแพงภาษีนำเข้าจาก 25.9% เป็น 50%และเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศต่างๆ ในเศรษฐกิจโลก
สิ่งที่ตามมาก็คือ สงครามค่าเงินผลพวงจากวิกฤตและมาตรการทางภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น
ได้ส่งผลให้หลายประเทศที่เคยส่งออกได้และเกินดุลการค้าเริ่มขาดดุลแต่เนื่องจากประเทศเหล่านี้ผูกค่าเงินติดไว้กับทองคำ (Gold Standard)
เมื่อทองคำที่สะสมไว้ในทุนสำรองหรอยหรอลง ท้ายสุดเพื่อดูแลฐานะด้านต่างประเทศของตนประเทศต่างๆ จึงไม่มีทางเลือก ต้องตัดสินใจลดค่าเงิน
หรือออกจากการผูกค่าเงินไว้กับทองคำโดยมีประเทศแรก คือ อังกฤษ ในปี 1931และตามมาด้วย เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน ญี่ปุ่นในปีเดียวกันหลัง จากนั้น ประเทศที่ยังคงผูกติดค่าเงินไว้เริ่มตอบโต้ โดยการเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าเช่นฝรั่งเศสเพิ่มภาษีนำเข้า 15% แคนาดา เยอรมัน เนเธอร์แลนด์เป็นต้น แต่ก็ไม่พอ
ท้ายสุด เกือบทุกประเทศก็ต้องออกจากการผูกค่าเงินไว้กับทองคำและลดค่าเงินลงเช่น สหรัฐในปี 1933 ท้ายสุด สงครามค่าเงินครั้งนั้นจบลงด้วยการประกาศออกจากมาตรฐานทองคำของฝรั่งเศสในปี 1936
และสัญญาระหว่างสหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศสที่สัญญาว่าจะไม่แข่งกันลดค่าเงิน และพยายามรักษาค่าเงินไว้ในระดับที่ตกลงกัน